สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเป็นประธานการประชุมประจำปี ๒๕๖๙ ครั้งที่ ๒
ของคณะกรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
วังสระปทุม กรุงเทพมหานคร : วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๙.๐๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ เพื่อรับทราบและพิจารณาผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในปี ๒๕๖๘ และแผนการดำเนินงานปี ๒๕๖๙

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิในปี ๒๕๕๘ โดยให้มีพันธกิจในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นไปลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักในเบื้องต้น ๔ กลุ่มได้แก่ เด็กนักเรียนในชนบท ผู้พิการ เด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล ผู้ต้องขังและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

การประชุมประจำปีครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ประกอบด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษามูลนิธิฯ จำนวน ๑๓ คน และผู้เข้าร่วมประชุม (ผู้บริหารหน่วยงานเครือข่าย) ร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์อีก ๘๐ คน รวมเป็น ๙๓ คน วาระการประชุมมีทั้งสิ้น ๖ วาระ (ประกอบด้วยวาระย่อย ๑๙ วาระ)
ผลการดำเนินงานของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ในปี ๒๕๖๘ ที่ที่ประชุมพิจารณาในวันนี้ มีตัวอย่างที่สำคัญ อาทิ

๑) การนำผลงานวิจัยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ๓ มิติแบบเคลื่อนย้ายได้ หรือ โมบิสแกน (MobiiScan) ซึ่งพัฒนาและสร้างขี้นในประเทศไทยไปใช้ช่วยวางแผนการผ่าตัดคนไข้ปากแหว่งเพดานโหว่
๒) การนำระบบผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์และระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน พัฒนาคุณภาพชีวิต และอนุรักษ์วัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ในโรงเรียนตชด. ในถิ่นทุรกันดารบริเวณพื้นที่ชายขอบในภาคเหนือและตะวันตก ๒๓ แห่ง โรงเรียนเหล่านี้ไม่มีระบบไฟฟ้าสายส่งและอินเทอร์เน็ตที่คนในเมืองใหญ่คุ้นเคยเข้าถึงมาก่อน

๓) การจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตรสะอาดปราศจากมลพิษให้แก่โรงเรียนตชด.บ้านเทพภูเงิน อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานีและชุมชนใกล้เคียงที่ประสบปัญหาแหล่งน้ำดิบปนเปื้อนมลพิษของสารเคมีกำจัดวัชพืชตลอดจนการเริ่มก่อสร้างถนนและติดตั้งไฟฟ้าสายส่งให้เข้าถึงโรงเรียนและชุมชน
๔) การให้ความช่วยเหลือคนพิการกรณีศึกษากว่า ๒๐ คน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ และได้รับการศึกษาตามศักยภาพ บางคนปราศจากแขนขาตั้งแต่กำเนิดและไม่มีตอแขนที่จะต่อขาเทียมแขนเทียมได้
๕) การพัฒนาเยาวชนทั้งในชนบท และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ให้มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และโค้ดดิ้ง สามารถนำความรู้ไปใช้ในการศึกษาต่อ ช่วยในการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ ได้

ในปี ๒๕๖๘ มีหน่วยงานได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ มากกว่า ๔๐๐ แห่ง ได้พัฒนาบุคลากรครู นักเรียน เยาวชนในสถานพินิจฯ คนพิการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า ๓,๖๐๐ คน มีผลงานของนักเรียนและครูที่ปรึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้รับรางวัลในการประกวดแข่งขันระดับประเทศ ๗๓ คน มีนักเรียน ม. ๖ ในโครงการฯ ได้นำผลงานที่ทำในโครงการของมูลนิธิฯ ประกอบการยื่นสมัครเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา และได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียน ๗๖ คน และมีเด็กป่วยในโรงพยาบาลได้รับบริการในห้องเรียนคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กป่วยฯ ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ กว่า ๙๐ แห่ง จำนวนกว่า ๖๔,๐๐๐ คน
นอกจากทรงช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยแล้วยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้านการศึกษาด้วย ตัวอย่างเช่น การพระราชทานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมอาคารและอุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ และทุนการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ และภาษาศาสตร์ ให้แก่โรงเรียนวัฒนธรรมป้องกันความสงบ สปป. ลาว
ตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี มูลนิธิฯ ดำเนินงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรจำนวนมาก ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และมูลนิธิต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่พร้อมสนับสนุนทั้งกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ และทรัพยากร เพื่อสืบสานพระราชดำริในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง