TH  |  EN

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ
จัดอบรม “Train the Trainer” เสริมแกร่ง Python Coding และนวัตกรรม
สู่สถานศึกษาเครือข่ายครอบคุม 48 แห่ง ทั่วประเทศไทย

     มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เดินหน้าขับเคลื่อนทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต จัดกิจกรรม การอบรมพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนในด้าน Python Coding เพื่อการจัดการเรียนการสอน (Train the Trainer)” ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะด้านความคิด การออกแบบ และระบบอัตโนมัติ, โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จ.ปทุมธานี

       การรอบรมตลอดทั้ง 3 วันเต็ม ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษา โครงการพัฒนาทักษะด้านความคิด การออกแบบ และระบบอัตโนมัติ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยการอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Project-Based Learning) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์และต่อยอดในสถานศึกษาได้ทันที โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. การปูพื้นฐานและปรับ Mindset: เรียนรู้พลังของภาษา Python และบทบาทการเป็น Mentor มากกว่าแค่ผู้สอน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นวิทยากรพี่เลี้ยงประจำห้องปฏิบัติการ (Onsite Facilitator),
  2. Live Coding & Debugging: ฝึกเขียนโปรแกรมภาษา Python พื้นฐาน จนถึงการจัดการโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน และทักษะการแก้ปัญหาโค้ดหน้างาน (Bug Hunting) เพื่อเตรียมช่วยเหลือนักเรียนในอนาคต,,
  3. Computational Thinking: ฝึกทักษะการคิดเชิงคำนวณผ่านการสร้างเกม ด้วย Python พร้อมกับการกำหนด อุปสรรค์ ปัญหาต่างๆ ผ่านการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
  4. การออกแบบโครงงานนวัตกรรม: ฝึกออกแบบร่างโครงงานที่ใช้ Python แก้ปัญหาจริงในชีวิตประจำวัน เช่น สมาร์ทฟาร์ม หรือระบบอัตโนมัติ และนำเสนอในรูปแบบ Pitching เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    โดยมีเครือข่ายการศึกษา ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ให้การตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมอย่างท่วมท้น พร้อมผลสัมฤทธิ์จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเรียนรู้และการพัฒนาศักภาพทางด้านการศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทางการศึกษา ส่งบุคคลากรครู และนักเรียนทั่วประเทศเข้าร่วมการอบรม แบ่งเป็น 5 กลุ่มเครื่อข่าย คือ

     1) กลุ่มโรงเรียนในโครงการ กพด. (โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร) 12 โรงเรียน ดังนี้

  • โรงเรียนขุนยวมวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน
  • โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” จ.แม่ฮ่องสอน
  • โรงเรียนสบเมยวิทยาคม จ.แม่ฮ่องสอน
  • โรงเรียนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  • โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.เชียงใหม่
  • โรงเรียนสองแคววิทยาคม จ.เชียงใหม่
  • โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม จ.เชียงใหม่
  • โรงเรียนโมโกรวิทยาคม จ.ตาก
  • โรงเรียนองครักษ์ จ.นครนายก
  • โรงเรียนปิยชาติพัฒนา จ.นครนายก
  • โรงเรียนอนุบาลไผทวิทยา จ.นครปฐม
  • โรงเรียนชัยพิทยพัฒน์ กรุงเทพฯ

     2) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม,  6 โรงเรียน ดังนี้

  • โรงเรียนต้นตันหยง จ.นราธิวาส
  • โรงเรียนอิบตีดาวิทยา (อิบตีดา) จ.นราธิวาส
  • โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จ.ปัตตานี
  • โรงเรียนธรรมพิทยาคาร จ.ปัตตานี
  • โรงเรียนบากงพิทยา จ.ปัตตานี
  • โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์ จ.ยะลา

     3) โรงเรียนพระปริยัติธรรม,  15 โรงเรียน ดังนี้

  • โรงเรียนศรีเกษตรวิทยา จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนวัดบ้านโนนคูณวิทยา จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนปรางค์กู่วิทยา จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนดวนใหญ่วิทยา จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนวัดสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนโพธิ์ศรีวิทยา จ.ศรีสะเกษ
  • โรงเรียนวัดน้ำไคร้นันทชัยศึกษา จ.น่าน
  • โรงเรียนวัดปรางค์ จ.น่าน
  • โรงเรียนวัดบุญยืน จ.น่าน
  • โรงเรียนวัดภูเก็ต จ.น่าน
  • โรงเรียนนันทบุรีวิทยา จ.น่าน
  • โรงเรียนเชตวันวิทยา จ.น่าน
  • โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา จ.แพร่
  • โรงเรียนร้องแหย่งวิทยาคม จ.แพร่
  • โรงเรียนวัดไผ่ดำ แผนกสามัญศึกษา จ.สิงห์บุรี

4) โรงเรียนตำรวจตะเวรชายแดน ตชด. 4 โรงเรียน ดังนี้

  • โรงเรียน ตชด.ชมรม 9 สมาคมจีน จ.บุรีรัมย์  
  • โรงเรียน ตชด.การท่าอากาศยานฯ บ้านนาโต่ จ.เชียงราย  
  • โรงเรียน ตชด.ชนัตถ์ปิยะอุย จ.เชียงราย  
  • โรงเรียน ตชด.เฉลิมพระเกียรติ ฯ บ้านแกน้อย จ.เชียงใหม่  

5) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 5 หน่วยงาน ( 4 ศูนย์ฝึก 1 สถานพินิจ )

  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุทิตา จ.นครปฐม
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา จ.นครปฐม
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึง จ.ชลบุรี
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์
  • สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนนทบุรี

     รวมทั้งสิ้น 48 หน่วยงาน 199 รูป/คน ประกอบด้วย คณะครูแกนนำ จำนวน 78 รูป/คน, นักเรียนแกนนำ จำนวน 121 รูป/คน   ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จในอนาคต

     เพื่อก้าวต่อไปและสานต่อการเรียนรู้ สู่การสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและขยายผลไปสู่สถานศึกษาและชุมชนได้อย่างกว้างขวาง มูลนิธิฯ ได้วางแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อพัฒนาศักยภาพครูและเยาวชนอย่างเป็นระบบ ดังนี้

     กิจกรรมที่ 2 การอบรมออนไลน์ขยายผล และการสนับสนุนทุนพัฒนาโครงงานนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายครูและเยาวชนแกนนำให้สามารถขยายผลการเรียนรู้สู่สถานศึกษาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับเปิดรับข้อเสนอโครงงานจากผู้เข้าร่วม เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน

     กิจกรรมที่ 3 การอบรมเชิงปฎิบัติการการออกแบบนวัตกรรม (Design Thinking Workshop) ส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดและข้อเสนอโครงงานผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง

     กิจกรรมที่ 4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการออกแบบและสร้างชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printing) ควบคู่กับการพัฒนาระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ เพื่อยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมของเยาวชน

     กิจกรรมที่ 5 การติดตามผลและให้คำปรึกษา (Mentoring) ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินโครงงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างมีคุณภาพ

     กิจกรรมที่ 6 เวที Show & Share เปิดโอกาสให้เยาวชนนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แสดงศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดสู่การศึกษาหรือการประกอบอาชีพในอนาคต ภายใต้แนวคิด Learn to Earn

     มูลนิธิฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาดิจิทัล เสริมสร้างเครือข่ายครูและเยาวชนแกนนำที่เข้มแข็ง พร้อมยกระดับศักยภาพของเยาวชนไทยให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาสังคมและประเทศได้อย่างยั่งยืนในอนาคต